LiquidVPN Review and Tech Analysis
VPN Reviews

รีวิว LiquidVPN แบบเจาะลึกพร้อมวิเคราะห์เชิงเทคนิค

0

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักว่า vpn คืออะไร LiquidVPN เป็นผู้ให้บริการ virtual private network หรือ เครือข่ายส่วนตัวเสมือน ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2013 ภายใต้ค่าย Dave Cox หรือ อดีตหัวหน้าสตูดิโอ Konami และโปรดิวเซอร์ของ Castlevania: Lords of Shadow นั่นเอง

หน้าตาการใช้งาน LiquidVPN

สำหรับใครที่สงสัยว่า LiquidVPN คืออะไร VPN นั้น ต้องขอบอกก่อนว่าในโลกปัจจุบันนั้น เรื่องของ “ข้อมูล” นั้นมีความสำคัญมาก ไมว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายทั้งแบบมีสายและไร้สายก็ตาม เพราะการรับส่งข้อมูลนั้นเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนและทุกองค์กรทุกองค์กรย่อมต้องการทั้งความสะดวกรวดเร็วไหลลื่น รวมถึงความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลต่าง ๆ ต่อกัน และหากว่าใครจะต้องทำงานจากระยะไกล และมีการขอข้อมูลเข้ามาในเซิฟเวอร์ และบางครั้งบริษัทที่เป็นระบบเครือข่ายส่วนตัว ซึ่งไม่สามารถเชื่อมต่อจากระบบอินเตอร์เน็ตทั่วไปได้ LiquidVPN คือคำตอบของโจทย์ที่สามารถจะนำมาใช้แก้ปัญหาได้นั่นเอง

นอกจากนั้นคุณสมบัติของ LiquidVPN นั้นทำให้คุณสามารถเข้าถึงการเข้ารหัสระดับ 256-bit ได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญการเข้ารหัส vpn นั้นสามารถช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยจากความพยายามในการถอดรหัสข้อมูลที่ส่งผ่านระหว่าง Server ได้นอกจากนั้นระบบยังใช้ใช้โปรโตคอล VPN ปลอดภัยที่สุดในโลกตอนนี้ ในฐานะที่เป็น OPC (Open Source Code) ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องห่วงเรื่องระบบกรรมสิทธิ์ต่าง ๆ ที่แฮ็คเกอร์อาจทำการโจรกรรมต่อข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อีกด้วย นอกจากนั้นที่นี่สามารถสตรีม Netflix จากนอกและในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อรกด้วย โดยผู้ใช้จะไม่พลาดรายการภาพยนตร์และซีรี่ยส์ต่าง ๆ ในแคตตาล็อกของสหรัฐอเมริกา สามารถรับชมได้ตลอดเวลาแบบจุใจ เรียกได้ว่าคุ้มสุด ๆ

คุณสมบัติหลักๆ ของ LiquidVPN

LiquidVPN คืออะไร? ก่อนอื่นเราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ VPN กันก่อน ซึ่ง VPN นั้นคือตัวย่อมาจากคำว่า virtual private network หรือที่แปลเป็นไทยได้ว่า เครือข่ายส่วนตัวเสมือน ซึ่งบางคนไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญเรื่องไอทีอาจจะไม่คุ้นเคยหรือไม่รู้จัก แต่ในปัจจุบัน VPN นั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในทั่วโลก

หากจะให้อธิบายกันง่าย ๆ เลยก็คือ VPN นั้นเป็นอินเตอร์เน็ตจำลองแบบส่วนตัว (Private) โดยเป็นระบบเครือข่ายอย่างหนึ่งที่เป็นรูปแบบเดียวกับอินเตอร์เน็ตที่เราใช้ ๆ กันอยู่นั่นเอง เพียงแต่ว่าการนำมาใช้งานนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องรายละเอียดจากระบบอินเตอร์เน็ตที่เราใช้อยู่ หรือกล่าวได้คือ อินเตอร์เน็ตที่เรา ๆ ท่าน ๆ ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นจะเป็นลักษณะเครือข่ายสาธารณะ (Public)

เปรียบได้กับท่อส่งสัญญาณใหญ่ ส่วน VPN  นั้นจะเป็นท่อส่งสัญญาณเล็ก ๆ ที่อยู่ภายในท่อใหญ่อีกทีหนึ่งนั่นเอง โดยจะมีลักษณะเป็นเครือข่ายส่วนตัว และหากใครจะเข้ามาขอข้อมูล หรือใครจะส่งข้อมูลออกไประบบเครือข่ายส่วนตัว LiquidVPN ก็จะต้องมีการใส่รหัสความปลอดภัย นั่นทำให้ เวลาผู้ใช้หรือพนักงานของบริษัทไม่ได้อยู่ในออฟฟิศและต้องการขอข้อมูลภายในเซิฟเวอร์ของบริษัทจากระยะไกล ก็สามารถทำได้โดยง่ายดายผ่านระบบนี้ และข้อมูลที่จะนำเข้าหรือส่งออกจากบริษัทนั้นยังมีความเป็นส่วนตัวและมีระดับความปลอดภัยอยู่ในระดับสูงสุด ที่สำคัญโหลดวันนี้ยังมีฟีเจอร์ vpn ฟรี ให้ทดลองใช้กันอีกด้วย

ตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ของ LiquidVPN

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า vpn คืออะไร ผู้อ่านจะเห็นได้ว่า vpn คือระบบเครือข่ายที่มีประโยชน์มาก หากนำมาใช้อย่างถูกวิธีภายในบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้นง่ายขึ้น และไม่สูญเสียความเป็นส่วนตัวหรือความปลอดภัยในข้อมูลขององค์กรไปอีกด้วย รุ้แบบนี้แล้วองค์กรหรือบริษัทไหนที่ยังไม่มีระบบนี้ไว้ใช้งานต้องให้ฝ่ายไอทีช่วยดำเนินการทันที ไม่อย่างงั้นจะหาว่าไม่เตือน

นอกจาก LiquidVPN จะเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายส่วนตัวเสมือนแล้ว LiquidVPN ยังเป็นตัวเลือกที่มั่นคงสำหรับผู้ใช้บริการที่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก นอกจากนั้น LiquidVPN ยังเข้ามาส่งเสริมฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัยเพื่อช่วยให้ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนบริษัท อีกทั้งยังช่วยรักษาความปลอดภัยได้ถึง 6 อุปกรณ์ในเวลาเดียวกันอีกด้วย อีกทั้งยังมีความเร็วที่ดีที่สุด รวมถึงฟีเจอร์สำคัญอย่าง Internet Kill Switch ที่ช่วยป้องกันข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ LiquidVPN ยังมีเซิร์ฟเวอร์ VPN 5500 แห่งใน 59 ประเทศอีกด้วย เรียกได้ว่า LiquidVPN เป็นผู้ให้บริการ VPN ที่ครบครันที่สุดเจ้าหนึ่งเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญคือมี vpn ฟรี ให้ทดลองใช้กันอีกด้วย รีบโหลด โปรแกรม vpn ไปลองใช้เลยวันนี้ เพื่อรับประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้ชื่นชอบให้บริการ Internet

อุปกรณ์ที่รองรับ

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าผู้อ่านหลายคนคงได้คลายความสงสัยไปแล้วว่า vpn คืออะไร อย่างที่ผู้อ่านทราบกันดีแล้วว่า LiquidVPN คือผู้ให้บริการ VPN ชั้นนำ มีโหมด vpn ฟรี ให้ลองใช้ นอกจากนั้น LiquidVPN ยังให้บริการสมาชิกรายปี โดยผู้ใช้สามารถเลือกจากการสมัครรับข้อมูลสำหรับอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Android, Mac, PC และ iOS เครื่องเดียว ที่สำคัญการสมัครรับข้อมูลผ่านมือถือนั้นมีมูลค่าน้อยกว่าค่าใช้จ่ายสำหรับคอมพิวเตอร์ เรียกว่ารองรับสมาร์ทโฟนและพีซีโน๊ตบุ้คทุกรุ่นที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เลยก็ว่าได้

โดย LiquidVPN สร้างแอพพลิเคชั่นสำหรับ Windows, Mac, Android และ iOS Linux และระบบปฏิบัติการอื่น ๆ จะต้องใช้แอป VPN บุคคลที่สามเพื่อเชื่อมต่อ โดยคุณสมบัติหลัก ๆ ของ LiquidVPN ที่ทำให้แอพพลิเคชั่นโดดเด่นมากกว่า VPN ของคู่แข่งได้แก่ โปรแกรม vpn สามารถใช้งานได้สำหรับไคลเอนต์เดสก์ท็อป  ทั้ง Mac และWindows โดยฟังก์ชั่น Liquid Lock เป็นไฟร์วอลล์และ Kill Switch อินเทอร์เน็ต เมื่อเปิดใช้ Liquid Lock กล่าวได้ง่าย ๆ เลยก็คือ หากการเชื่อมต่อของผู้ใช้กับเซิร์ฟเวอร์ VPN น้อยลงปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดจะหยุดลงโดยอัตโนมัติ

วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้ที่อยู่ IP และตำแหน่งจริงของผู้ใช้ถูกมองผ่านเว็บไซต์ในขณะที่หยุด ISP ของผู้ใช้ไม่ให้สอดแนมการรับส่งข้อมูลที่ไม่ได้เข้ารหัสไว้ โดยสามารถป้องกันการรั่วไหลของ DNS และ WebRTC ได้อย่างดีอีกด้วย โดยคุณสมบัติไฟร์วอลล์ของ โปรแกรม vpn จะตัดอุปกรณ์จากอินเทอร์เน็ตทั้งหมดยกเว้นการรับส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์และ เปลี่ยน vpn ผู้ใช้สามารถอนุญาตรายการที่อยู่ IP ที่ระบุเจาะจงและอนุญาตการรับส่งข้อมูลผ่าน LAN ในการตั้งค่า เป็นต้น สำหรับใครที่ใช้ vpn ของค่ายอื่นอยู่ ลอง เปลี่ยน vpn มาใช้ ฟรี vpn ของ LiquidVPN วันนี้ รับรองว่าไม่มีวันผิดหวังอย่างแน่นอน

การติดตั้งและการตั้งค่า

นอกจาก LiquidVPN ดำเนินการ Srver DNS ของตัวเองสำหรับผู้ใช้โดยอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อ แต่ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ DNS ที่กำหนดเองสามารถระบุได้ในการตั้งค่าและมี ฟรี vpn ให้ทดลองใช้แล้ว LiquidVPN นั้นยังมีวิธีการติดตั้งและตั้งค่าที่ง่าย รวดเร็ว และสะดวกอีกด้วย สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้ vpn ของเจ้านี้ แนะนำให้ เปลี่ยน vpn มาลองใช้ดูก่อนก็ย่อมได้

ก่อนอื่นต้องขออบกว่า ผู้ใช้ Windows Vista และ XP ควรทำการกำหนดค่าด้วยตนเอง L2TP หรือ OpenVPN โดย L2TP / IPsec ให้ประโยชน์ด้านความปลอดภัยที่อ่อนแอและควรใช้เพื่อการไม่เปิดเผยตัวตนหรือสำหรับการเปลี่ยนสถานที่ หลังจากนั้นเปิด E-Mail ที่ท่านได้รับเมื่อลงทะเบียนพร้อมกับคลิกที่ลิงก์ตั้งค่า LiquidVPN หรือหากไม่พบลิงค์ ให้ลงชื่อ Sign In เสียก่อน

ต่อจากนั้นคลิกปุ่มดาวน์โหลด เพื่อเป็นการเริ่มดาวน์โหลดสำหรับแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้ และสำหรับ การติดตั้งระบบ VPN สำหรับ Windows 10 นั้น ผู้ใช้ามารถ คลิกที่รูปคอมพิวเตอร์ หรือ wifi ที่อยู่ทางมุมขวาล่าง จากนั้นเลือก Network settings จากนั้นให้สังเกตหน้าจอ NETWORK & INTERNET ให้เลือก VPN กด Add a VPN connection หลังจากเข้าสู่เครือข่ายและอินเทอร์เน็ตคุณจะต้องคลิก VPN แล้วเลือกเพิ่มการเชื่อมต่อ VPN โดย ในตอนแรกคุณจะต้องได้รับที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ที่คุณต้องการใช้และคีย์ที่แชร์ล่วงหน้าของคุณ

คุณสามารถทำได้โดยลงชื่อเข้าใช้บัญชีของคุณก่อนจากนั้นกรอกข้อมูลสำหรับชื่อเซิร์ฟเวอร์ จุดนี้ขอแนะนำให้ใช้ที่อยู่ IP หากคุณอยู่ในเครือข่ายที่ จำกัดมาก (ไม่สามารถทำได้ในโหมด ฟรี vpn โดยผู้อ่านสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของโหมด ฟรี vpn ได้ในเว็บไซต์หลัก)

หลังจากนั้นผู้ใช้จะต้องตรงไปที่การตั้งค่า Adapter และแก้ไขคุณสมบัติของโปรไฟล์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้น เปลี่ยนทุกอย่างในหน้าต่างนี้ภายใต้การรักษาความปลอดภัยเพื่อให้ตรงกับสิ่งที่อยู่ในภาพด้านล่างและคลิกที่การตั้งค่าขั้นสูงและทำการเปลี่ยนแปลง (หากต้องการปิดใช้งาน IPv6 ให้ปิดการตั้งค่าขั้นสูงและไปที่ระบบเครือข่าย) ถือเป็นการเสี็จสิ้นการติดตั้งและใช้งานได้เลย โดยหากใครอยากทดลองใช้ฟรีทางบริษัทยังมี vpn ฟรี ให้ทดลองใช้อีกด้วย

ข้อสรุป

สำหรับในส่วนของการใช้งาน ขอบอกเลยว่า โปรแกรม vpn ของที่นี่ใช้งานง่ายมากอีกทั้งยังมีตัวเลือกมากมายให้เลือกใช้ หน้าหลักแสดงที่อยู่ IP ของผู้ใช้เวลาเชื่อมต่อโทโพโลยีและโปรโตคอล VPN (โทโพโลยีคือคำที่ใช้เพื่ออธิบายที่อยู่ IP ประเภทต่าง ๆ ที่ใช้ร่วมกัน) โดยการคลิกพินตำแหน่งทางด้านขวาของปุ่มเชื่อมต่อจะแสดงรายการเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถจัดเรียงตามเวลาและตำแหน่ง และส่วนด้านบนผู้ใช้ยังสามารถกรองเซิร์ฟเวอร์ตามภูมิภาคโพรโทคอลและโทโพโลยี เซิร์ฟเวอร์ไว้ในรายการที่ชื่นชอบสำหรับการค้นหาที่สะดวกและว่องไวยิ่งขึ้นในภายหลัง เรียกว่า โปรแกรม vpn ของที่นี่ครบครันพร้อมรองรับการใช้งานทุกรูปแบบตั้งแต่บุคคลไปจนถึงองค์กรเลยทีเดียว เปลี่ยน vpn มาใช้ LiquidVPN เลยวันนี้

 

เคล็ดลับ VPN เพิ่มเติม:

รีวิว VPN เพิ่มเติม:

7.9

Claire Lynch

รีวิว SurfEasy VPN: เชื่อถือผู้ให้บริการ VPN นี้ได้แค่ไหน

Previous article

Avast SecureLine VPN ปี 2021 ยังน่าใช้ในบ้านหรือไม่

Next article

You may also like

Comments

Comments are closed.

More in VPN Reviews